ปัญโญทัยที่ได้เห็น
จากวันแรกที่ได้เข้ามาที่ปัญโญทัยเมื่อปีที่แล้ว จากชุมชนแปลกหน้า จนเริ่มคุ้นเคยทีละนิดทีละน้อย จนเห็นว่าเป็นชุมชนที่เรียบง่ายเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
จากที่สงสัยว่าถ้าลูกมาเรียนที่นี่แล้วเจอคุณครูประจำชั้นที่วันๆ สอนไปตามหน้าที่ ไม่ใส่จิตใจเข้าไปในการสอนแล้วจะทำอย่างไร? จนได้มาสัมผัสกับคุณครูที่นี่ และตระหนักได้ว่า คุณครูทุกท่าน ไม่ใช่แค่บางท่าน แต่เป็นทุกท่าน เป็นคุณครูที่เสียสละ อุทิศตนทั้งกายและใจให้แก่นักเรียนทุกคนอย่างเต็มที่ เป็นคุณครูที่ไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาตัวเอง
ประหนึ่งว่าถ้าเราอยากให้เด็กของเราเป็นเด็กที่อยากเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา คุณครูก็ต้องเป็นอย่างนั้นด้วย
จากการที่ได้มีโอกาสเข้ามาสังเกตการณ์การเรียนการสอนของชั้นม. 3-4 เป็นระยะเวลาพอสมควร ได้เห็นการเรียนการสอน ในวิชาต่างๆดังนี้ เริ่มจากวิชาประวัติศาสตร์ เมื่อก่อนตัวเองไม่ชอบวิชานี้เลย แต่เมื่อได้มาเรียนกับคุณครูต่างชาติที่นี่ก็รู้สึกชอบ
สนุก เด็กๆสนใจและตั้งใจฟังดี คุณครูให้ข้อสังเกตว่า คงเป็นเพราะหูของเด็กๆดี เนื่องจากได้ฟังเสียง
|
|
ดนตรีตั้งแต่เล็กๆอย่าง ต่อเนื่องทำให้หูสามารถแยกแยะระดับเสียงสูง-ต่ำได้ดี เมื่อมาฟังภาษาต่างประเทศก็สามารถเข้าใจ และเลียนแบบสำเนียงการพูดได้ดี
วิชาเลข หัวข้อที่สอนในวิชานี้ค่อนข้างเหมือนในโรงเรียนอื่น แต่เนื้อหาที่นำเสนอจะแตกต่างกัน จะสอนในลักษณะให้เด็กเข้าใจที่มาอย่างลึกซึ้ง ยกตัวอย่างเช่น ในชั้นม. 1 เด็กๆได้พิสูจน์เรื่องสามเหลี่ยมพิธากอรัสดังนี้
เด็กๆ วาดรูปสามเหลี่ยมมุมฉากขึ้นมาตามรูป จากนั้นเด็กๆ สร้างรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส A, B, C ขึ้นมา 3 รูป โดยแต่ละรูปมีขนาดเท่ากับด้านแต่ละด้านของสามเหลี่ยมมุมฉาก จากนั้นเด็กๆ ตัดสี่เหลี่ยมทั้ง 3 รูปออกมา และค้นพบว่าเมื่อพยายามจัดสี่เหลี่ยม A และ B เข้าไปในสี่เหลี่ยม C จะได้ขนาดเท่ากันพอดี แล้วต่อมาเด็กๆ ก็จะเข้าใจว่า เมื่อมีสามเหลี่ยมมุมฉากใดๆ ด้านที่อยู่ตรงข้ามมุมฉากยกกำลังสอง จะเท่ากับด้านที่อยู่ชิดมุมฉากทั้งสองด้านยกกำลังสอง
แล้วมาบวกกัน จากการที่ให้เด็กได้ทดลองพิสูจน์ด้วยตัวเองในสูตรคณิตศาสตร์แต่ละสูตรด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งนี้ เด็กๆ จะสามารถเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้เมื่อต้องเรียนเรื่องที่เกี่ยวกับสูตรนั้นๆ
ต่อไปได้ดีขึ้น เปรียบเทียบกับเด็กที่ท่องจำสูตรมา ก็จะไม่เข้าใจที่มาของสูตรแต่ละสูตร ทั้งๆ ที่ความเข้าใจสำคัญมากในการเรียนระดับขั้นสูงต่อไป
วิชาฟิสิกส์ เวลาส่วนใหญ่ในการเรียนฟิสิกส์จะใช้ไปกับการทดลองในเรื่องต่างๆ มีครั้งหนึ่งได้ทำการทดลอง
เรื่องความหนาแน่นของน้ำโดยใช้วัตถุไปแทนที่น้ำ หลังจากทำการทดลองเสร็จ มีเด็กคนหนึ่งต้องการทดสอบว่า ถ้าเขาลงไปในน้ำ ปริมาตรน้ำที่ไหลออกมาจะเท่ากับน้ำหนักของเขาหรือไม่ ครูก็เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง
เขาคงจะจำวันที่ลงไปในตุ่มได้อีกนาน หลังจากที่ได้ดูการเรียนการสอนในวันนั้น ทำให้เข้าใจว่าการเรียนการสอนที่เด็กได้เห็น
|
ภาพ ได้ทดลอง จะทำให้เด็กมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง แทนที่จะอธิบายแต่ทฤษฎี
การสอนในลักษณะนี้ยากมาก เพราะต้องใช้ความคิดมากที่จะหาวิธีมาสอน ไม่เหมือนกับสอนตามหนังสือซึ่งง่ายมาก สอนอย่างไรให้เด็กได้เห็นของจริงและปฏิบัติมากทีสุด สอนอย่างไรให้สิ่งที่สอนซึมซาบเข้าไปในตัวเด็ก ให้เด็กพร้อมจะดึงออกมาใช้เมื่อถึงเวลา สอนอย่างไรให้เด็กต้องการเรียนรู้ตลอดเวลา สอนอย่างไรให้เด็กรู้จักคิดและศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง |
เมื่อเรียนเรื่องไฟฟ้า เด็กๆ ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับสนามแม่เหล็ก แม่เหล็กไฟฟ้า กำเนิดกระแสไฟ หม้อแปลงไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้ถ้าเรียนแต่ทฤษฎี ไม่มีการทดลอง จะเข้าใจได้ยากมาก หลังการทดลองทุกครั้ง คุณครูจะเปิดโอกาสให้เด็กๆ วิเคราะห์ผลการทดลองทุกแง่ทุกมุมเท่าที่เด็กๆ จะคิดได้ ซึ่งจะทำให้เด็กๆ มีความสังเกตและตั้งคำถามกับตัวเองมากๆ แล้วคุณครูจึงจะสรุปให้ฟัง
เมื่อตอนที่ตนเองเรียนเรื่องไฟฟ้าในชั้นม. ปลาย ซึ่งเรียนแต่ทฤษฎีอย่างเดียว ไม่มีการทดลองใดๆเลย ตนเองสามารถคำนวณแก้โจทย์ปัญหาทางไฟฟ้าได้ แต่ไม่เห็นภาพที่แท้จริงว่าสิ่งที่โจทย์ถามคืออะไร จนเมื่อมาเรียนมหาวิทยาลัย เรียนเรื่องไฟฟ้าซึ่งมีการปฏิบัติมากขึ้น จึงเข้าใจมากขึ้นระดับหนึ่ง ถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปได้
ก็อยากจะเรียนแบบที่มีการปฏิบัติมากๆ เพื่อจะได้เข้าใจสิ่งที่เรียนอย่างลึกซึ้ง และมีความสุขในการเรียนมากกว่านี้
วิชาเคมี เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการทดลองเหมือนวิชาฟิสิกส์ ตั้งแต่เรื่องออสโมซิส เกลือชนิดต่างๆ การใช้ดอกไม้ คือ อัญชัญเป็นตัวทดสอบความเป็นกรด-ด่างของสาร การทำปฏิกิริยาเคมีของสารชนิดต่างๆ เมื่อเด็ก ๆ
ทดลองเสร็จ ก็จะวิเคราะห์ผลกันทุกแง่มุม
แล้วจึงหาข้อสรุปกัน
วิชาคอมพิวเตอร์ เริ่มสอนตั้งแต่สมัยอดีตโบราณกาลที่มีการส่งข้อมูล เก็บข้อมูลอย่างไร จากนั้นมาจนถึงปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เด็กๆ ได้มีโอกาสต่อวงจรอิเล็คโทร-นิกส์ที่จำลองการทำงานของคอมพิวเตอร์ เรื่องการบวกเลขฐาน 2 ได้เรียนรู้เรื่องฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ระดับเบื้องต้น เรียนรู้การเขียนโปรแกรมอย่างง่ายๆ เรียนรู้ว่ามนุษย์เราเป็นผู้ควบคุมออกคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ให้คอมพิวเตอร์มาควบคุมเรา และตระหนักว่าควรจะใช้คอมพิวเตอร์ในทางสร้างสรรค์ ตนเองได้มีโอกาสสอนเด็กเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C เด็กบางคนไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์มาก่อน บางคนเคยใช้ application บางอย่าง เด็กส่วนใหญ่รู้จักคอมพิวเตอร์อย่างผิวเผิน เมื่อเทียบกับนักศึกษาปี 2 computer science ของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ตนเองสอนการเขียนโปรแกรม นักศึกษาเหล่านั้นคุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดีแทบทุกคน แต่ไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อนเหมือนกัน เด็กทั้งสองกลุ่มโดย เฉลี่ยแล้วสามารถเขียนโปรแกรมเบื้องต้นได้พอๆกัน ไม่ได้แตกต่างกันนัก
|
|
วิชาชีววิทยา เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของหัวใจ ตา หู การรับรส ว่าทำงานอย่างไร พร้อมทั้งวาดรูปส่วนประกอบต่างๆ
ที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น การเรียนการสอนของวอลดอร์ฟเป็นแนวความคิดที่ดี แต่แนวความคิดที่ดีจะดีไม่ได้เลยถ้าผู้ปฏิบัติไม่สามารถประยุกต์มาใช้ได้ตามนั้น ผู้ปฏิบัติที่เป็นคุณครูที่นี่ทุกคนสามารถนำแนวความคิด
ออกมากระโดดโลดเต้นได้อย่างดีมาก
มีชีวิตชีวา และนุ่มนวล เด็กที่นี่ส่วนใหญ่ก็มีความคิดดี พฤติกรรมดี มีศิลปะในหัวใจ ติดดิน และเล่นดนตรีเก่ง
ภา